สรุป
ครั้งหนึ่งเคยมีเด็กหญิงคนหนึ่งที่ชอบดอกไม้มาก ชื่อของเธอคือยูริ พ่อแม่ของยูริก็รักดอกไม้เช่นกันและคอยดูแลดอกไม้ในสวนทุกวัน ในสวนมีดอกลิลลี่ ดอกทานตะวัน และดอกเบญจมาศที่สวยงามหลากสีบานสะพรั่ง
“ยูริ วันนี้ช่วยรดน้ำดอกไม้ในสวนหน่อยนะ” แม่ของเธอบอก
“ค่ะ แม่! ฉันทำเองได้” ยูริตอบด้วยความกระตือรือร้น ทุกคนได้พักผ่อนจากรอยยิ้มของยูริและดอกไม้ในสวน
เมื่อเวลาผ่านไป ยูริเติบโตและกลายเป็นสาวสวย แต่ในวันต้นฤดูใบไม้ร่วงวันหนึ่ง ยูริป่วยเป็นไข้หวัดอย่างรุนแรงและมีไข้สูงต่อเนื่อง
“แม่ ฉันไม่สามารถลุกขึ้นได้เลย…” ยูริพูดด้วยเสียงอ่อนแรง
ยูริต้องนอนอยู่บนเตียงประมาณหนึ่งเดือน ในระหว่างนั้นดอกไม้ในสวนกลับเหี่ยวเฉา เมื่อยูริฟื้นตัวและออกไปที่สวน เธอพบแต่ดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาและรู้สึกช็อคจนพูดไม่ออก
“ทำยังไงดี ดอกไม้ของฉัน…” ยูริร้องไห้ออกมา
พ่อแม่ของเธอเป็นกังวลและปรึกษาหมอในหมู่บ้านและผู้ ทำนาย แต่ก็ไม่พบวิธีรักษาที่ดี ผู้ทำนายคนหนึ่งพูดว่า
“ให้ปลูกหัวดอกลิลลี่เยอะๆ”
“เข้าใจแล้ว เราจะทำ!” พ่อแม่ของยูริเริ่มปลูกหัวดอกลิลลี่ในทุ่งและบนภูเขา ข้างแม่น้ำ
ชาวบ้านเห็นจึงมาช่วยกัน “กำลังทำเพื่ออะไรอยู่ใช่ไหม เดี๋ยวเราช่วย!” พวกเขาพูด ก่อนฤดูหนาวมาถึง หัวดอกลิลลี่หลายร้อยหัวถูกปลูกลงไป
เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง หมู่บ้านก็มีความสุข เมื่อดอกลิลลี่หลากสีบานเต็มไปหมด วันหนึ่ง ชาวบ้านนำช่อดอกลิลลี่มาที่บ้านของยูริ
“ยูริ รับไปเถอะ!” ชาวบ้านคนหนึ่งพูด
ยูริรู้สึกดีใจจนหน้าแดง “ขอบคุณ!” เธอพูดพร้อมกับเปิดปากอย่างช้าๆ ราวกับว่าเธอมีอะไรจะพูด
พ่อแม่และชาวบ้านต่างรอคำพูดของยูริด้วยความตื่นเต้น และในที่สุดคำพูดก็หลุดออกมาจากปากของยูริ
“ยู…ริ…”
นั่นคือช่วงเวลาที่ปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ยูริสามารถเรียกเสียงของเธอกลับมาได้ด้วยพลังของดอกลิลลี่ ชาวบ้านรู้สึกถึงพลังลึกลับที่ซ่อนอยู่ในดอกไม้
“การเห็นดอกไม้ทำให้ใจมีความสุขนะ” ชาวบ้านคนหนึ่งพูด
เช่นนี้ชาวบ้านจึงเริ่มปลูกดอกไม้ในบ้านและทุ่งนาต่างๆ จนกระทั่งหมู่บ้านนี้ถูกเรียกว่า “หมู่บ้านดอกไม้” และดอกไม้และรอยยิ้มของยูริทำให้หัวใจของชาวบ้านอบอุ่นขึ้น

















































