สรุป
เมื่อครั้งหนึ่ง มีพระสงฆ์องค์หนึ่งอาศัยอยู่ที่ชานเมือง เขามักจะสั่งสอนคำสอนของพระพุทธเจ้าในทุกวัน แต่วันหนึ่งเขาก็สังเกตเห็นว่าจำนวนผู้มาเยี่ยมชมลดลง พระสงฆ์ผู้ทุกข์ใจประกาศว่า “ในไม่ช้านี้ ฉันจะกระโดดลงไปในแม่น้ำและกล่าวคำอำลาโลกนี้” ผู้คนต่างตกใจและถามว่า “ทำไมถึงทำแบบนั้นล่ะ?” พระสงฆ์ตอบว่า “ฉันต้องการช่วยชีวิตจิตวิญญาณของคนที่ทำชั่วมาตลอดจนถึงวันนี้”
ตั้งแต่นั้นไป พระสงฆ์ก็เริ่มเตรียมตัวที่จะสวดมนต์ในวัดเป็นเวลา 100 วัน เขาพูดว่า “เราจะทำการชำระร่างกายก่อนที่จะลงน้ำ” ข่าวนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มีผู้คนมากมายมาเยี่ยมชมวัด ผู้คนต่างรวมตัวกันและพูดว่า “พระสงฆ์องค์นั้นกำลังพยายามช่วยพวกเรา” เมื่อเห็นเส้นทางที่คับคั่ง พระสงฆ์มีความสุข
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันลงน้ำใกล้เข้ามา พระสงฆ์เริ่มรู้สึกวิตกกังวลมากขึ้น ในที่สุดวันนั้นก็มาถึง ผู้คนที่มารอดูรวมตัวกันที่ชายฝั่ง และมีเสียงเรียก “ถึงเวลานั้นแล้ว! พระสงฆ์จะกระโดดลงไปแล้ว!” พระสงฆ์ขึ้นเรือเล็กแล้วพูดว่า “มันสว่างเกินไปที่จะมอบร่างนี้ ฉันจะรอจนพระอาทิตย์ตกดิน”
เมื่อพระอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้า พระสงฆ์ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว เขากระซิบในใจว่า “ถึงเวลานั้นแล้ว” และถอดเสื้อผ้าแล้วกระโดดลงไปในแม่น้ำ แต่ร่างของเขากลับจมลงไปในน้ำและเริ่มปัดป่ายมือและเท้าออกไป คนหนึ่งพูดว่า “ดูเหมือนพระสงฆ์จะรู้สึกเสียดาย”
พระสงฆ์ร้องขอความช่วยเหลือและถูกดึงขึ้นฝั่ง “ขอบคุณที่ช่วยชีวิตฉัน” เขาพูดคำขอบคุณ แต่คนรอบข้างมองเขาด้วยสายตาที่เย็นชาและส่งเสียงตำหนิว่า “นี่มันอะไรกัน พระสงฆ์ที่โกหก!” บางคนยังขว้างก้อนหินใส่เขา ขณะที่พระสงฆ์หนีไป เขาก็ได้ยินเสียงด่าทอและภายในใจของเขาสาบานว่า “ฉันจะคืนความแค้นนี้” แล้วจากไป
















































