สรุป
สมชายเคยฝันถึงอนาคตที่มีความสุขกับสุดาและปรารถนาที่จะสมรสกัน แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดได้เข้ามาทำร้ายเขา สุดาเปลี่ยนใจไปอย่างง่ายดายให้กับชายรวยคนหนึ่ง ทำให้สมชายเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความโกรธ
ในยามเย็นที่เมฆครึ้ม สมชายที่อยู่ในความทุกข์ทรมานได้พบชายชราผู้มีริ้วรอยลึกและรอยยิ้มที่ลึกลับปรากฏขึ้น ชายชราพูดอย่างเงียบสงบว่า "ในยุคถัง หยางกุยเฟยได้รวบรวมผู้ชายจำนวนมากมาร่วมเล่นเกมกระดานที่เดิมพันชะตากรรม และที่จุดจบของเกมนั้น รอคอยโชคลาภอันมหาศาลอยู่" ชายชราเอากระดานเกมโบราณที่คลุมด้วยฝุ่นยื่นออกมาและท้าให้สมชายเข้าร่วมการแข่งขัน
แม้จะครึ่งเชื่อครึ่งสงสัย แต่ในความสิ้นหวัง สมชายพบแสงแห่งความหวังเล็กน้อย จึงหยิบลูกเต๋าขึ้นและเริ่มเดินทางบนกระดาน ในช่องแรกที่มีข้อความว่า "จงส่งเสียงสารภาพความเสียใจในอดีต" ความสำนึกผิดในวัยเด็กและความกล้าหาญที่สูญไปกลับถูกเรียกคืนอย่างสดใส ตามด้วยช่องถัดไปที่ระบุว่า "จงปล่อยให้น้ำตาไหลเพราะความทรงจำแห่งความรักที่สูญหาย" ทำให้ความเศร้าอันถูกกักเก็บไว้ในใจล้นออกมา
แต่ละช่องบนกระดานดูเหมือนจะสอดคล้องกับเหตุการณ์ในชีวิตจริงอย่างแปลกประหลาด ทำให้สมชายต้องเผชิญกับประสบการณ์ต่อเนื่อง เมื่อถึงช่องที่แสนจะน่าตกตะลึง คือเมื่อปรากฏข้อความ "เปลวไฟแห่งการแก้แค้น" ทันใดนั้น ชายรวยที่เคยแย่งสุดาไปปรากฏตัวขึ้นและกวนใจความโกรธของสมชาย แต่ชายรวยก็เพียงแค่กระซิบว่า "ไม่ต้องเกลียดอีกแล้ว" แล้วหายไปอย่างไร้ร่องรอย ในขณะนั้น สมชายต้องเผชิญกับความอ่อนแอที่แฝงอยู่ในใจของเขา
ในที่สุด สมชายมาถึงช่องสุดท้าย ซึ่งมีคำลึกลับจารึกว่า "จงแยกแยะสมบัติที่แท้จริง" ทันใดนั้น กระดานที่ถูกห่อหุ้มไปด้วยแสงสว่างก็หายไป และสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าคือไม่ใช่ขุมทรัพย์หรูหรา แต่เป็นเพียงกระจกชิ้นหนึ่ง ในกระจกสะท้อนภาพของตัวเขาเอง ปรากฏความสำนึกผิด ความโกรธ และความผูกพันกับรักที่สูญเสียไป สมชายตรัสรู้ว่า ทุกความท้าทายไม่ได้มาจากการพึ่งพาสิ่งของภายนอก แต่เป็นเพื่อให้เขาได้เรียนรู้ที่จะให้อภัยตัวเองและตระหนักถึงความมั่งคั่งภายในใจของเขา
ในขณะนั้น ชายชราปรากฏตัวอีกครั้งและกล่าวอย่างเงียบๆว่า "ความมั่งคั่งที่แท้จริงคือการปลดปล่อยจิตใจของตนเอง คุณเองได้ครอบครองสมบัติอันยิ่งใหญ่ไว้แล้ว" ด้วยความรู้สึกที่ว่าความโกรธเก่าได้เปลี่ยนเป็นความอ่อนโยน สมชายจึงก้าวออกไปพร้อมกับก้าวแรกของชีวิตใหม่

















































