สรุป
สมชาย ไปยังสถานีในตอนเช้าอย่างที่เคยทำและขึ้นรถไฟโดยสารจากชานชาลาที่มืดครึ้ม ครั้งแรกมันดูเหมือนจะเป็นชีวิตประจำวันที่คุ้นเคย แต่ในขณะรถไฟกำลังวิ่ง เขาสังเกตเห็นว่าทิวทัศน์นอกหน้าต่างเปลี่ยนไปในพริบตา และเมื่อเขามองเห็นป้ายหน้าสถานีและภาพของเมือง มันดูเปลี่ยนไปเล็กน้อยจากปีที่แล้ว
ท่ามกลางความสงสัยนี้ วันหนึ่งในรถไฟ เขาได้พบชายชราลึกลับ คนนี้กล่าวอย่างเงียบ ๆ ว่า "คุณติดอยู่ในกับดักของเวลา รถไฟคันนี้ที่ทุกครั้งที่ขึ้นจะผ่านไปอีกหนึ่งปี เปรียบเสมือนกระจกสะท้อนอดีตที่คุณได้ลืมเลือนและอนาคตของคุณ พร้อมกับเป็นกรงที่จิตวิญญาณของคุณวนเวียนอยู่" คำพูดเหล่านั้นทำให้ใจของเขาสั่นสะเทือนอย่างลึกซึ้ง
ทุกครั้งที่ขึ้นรถ เขารู้สึกว่าความทรงจำและตัวตนของเขาเริ่มซีดจาง ภายในรถไฟ เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ที่เบา ๆ, เสียงสนทนาในอดีต และเศษเสี้ยวของความทรงจำอันไกลโพ้น ทำให้อดีตของเขาปรากฏขึ้นเรื่อย ๆ วันหนึ่งในตอนเช้า เมื่อเขาก้าวเข้าสู่ชานชาลา เขาสังเกตรูปถ่ายในวัยหนุ่มของตัวเองที่ติดอยู่ในโปสเตอร์ และข้าง ๆ รูปนั้นมีข้อความเล็ก ๆ ว่า "คุณเป็นเพียงภาพลวงตาของการมีอยู่เท่านั้น"
ด้วยความช็อกและสับสน สมชายตัดสินใจที่จะตามหาความจริงอีกครั้ง โดยขึ้นรถไฟตามเวลาเดิม ภายในรถไฟ แสงสลัวโยกเยกสร้างบรรยากาศที่เหมือนจะผสมผสานระหว่างอดีตและอนาคต แล้วไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงของผู้ควบคุมรถที่เรียกว่า "คุณสมชาย, ถึงเวลาที่ประตูแห่งความเป็นจริงจะปิดแล้ว" ในขณะนั้นเขามองลงไปที่หน้าต่างที่สะท้อนภาพตัวเขา และเห็นเพียงเงาที่เหน็ดเหนื่อยและค่อย ๆ หายไป ราวกับว่าร่องรอยของเขาได้หายไปหมด
ในวันขึ้นรถไฟครั้งสุดท้าย สมชายตัดสินใจเดินไปยังทางออก เมื่อเขายืนอยู่บนชานชาลา ในมุมมืดมีโปสเตอร์เก่า ๆ ติดอยู่ บนโปสเตอร์นั้น มีรอยยิ้มในวัยเยาว์ของเขาที่สูญเสียความเปล่งปลั่ง พร้อมกับตัวอักษรบาง ๆ ที่เขียนว่า "คุณมีชีวิตอยู่ได้เพียงในรถไฟนี้เท่านั้น" ในทันทีที่เขาอ่านข้อความนั้น ทุกอย่างก็ชัดแจ้งขึ้น สมชายเข้าใจว่าทุกครั้งที่ขึ้นรถ ไม่ใช่แค่การสูญเสียปีเวลาเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการที่ตัวตนของเขาค่อย ๆ ละลายไป เหมือนกับความฝันที่ไม่มีวันตื่น
ชีวิตประจำวันที่เขาคิดว่าเป็นความจริงกลับปรากฏเป็นเพียงภาพลวงตา รถไฟโดยสารที่เขาเคยรู้จักไม่ใช่อื่นใดนอกจากกรงที่คุมจิตวิญญาณที่สูญเสียไปของเขา สถานีที่เขาเคยสัมผัสความอบอุ่นก็หมดไป เมื่อรถไฟออกเดินทางพร้อมเสียงคำราม รูปของสมชายก็ค่อย ๆ เลือนหายไปจนสิ้นสุด จากวันนั้นเป็นต้นมา เขากลายเป็นผู้โดยสารลึกลับที่วิ่งอยู่ในขอบเขตของเวลา และยังคงมีชีวิตอยู่เพียงในความทรงจำ

















































