สรุป
ธีรเดชจมอยู่ในชีวิตประจำวันที่วุ่นวายจนแทบไม่มีเวลาพบกับอรพรรณคนรัก ทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวและถูกรุมเร้าด้วยความว่างเปล่า
คืนหนึ่งที่ฝนตก เมื่อเขากลับถึงบ้าน พบว่าในกล่องฝากข้อความมีเสียงครางของหญิงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน เสียงนั้นมีความน่ากลัวและแฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกแยกที่คุ้นเคยในเวลาเดียวกัน
ในเช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่เขาเดินผ่านพื้นที่ใต้สะพานใกล้สถานี เขาได้พบกับภาพที่ทำให้ตกตะลึง: หญิงสาวเปื้อนเลือดถูกพบนอนนิ่งอยู่หน้าตู้โทรศัพท์สาธารณะ บนใบหน้าของหญิงสาวปรากฏรอยคล้ายรอยของอรพรรณ ซึ่งทำให้ธีรเดชรู้สึกหวาดกลัวและสับสนอย่างรุนแรง
ด้วยความตกตะลึงและความอยากรู้ ธีรเดชเริ่มสืบสวนหาความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่รวบรวมข่าวลือในเมือง บันทึกเก่า และคำให้การหลากหลาย จนเขาตระหนักถึงความลับอันลึกซึ้งที่อรพรรณได้ปกปิดไว้ ความจริงคือ อรพรรณเคยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเกือบถึงจุดจบชีวิต แต่เธอรอดชีวิตได้อย่างปาฏิหาริย์ แม้จะทิ้งร่องรอยความบาดเจ็บทั้งทางใจและร่างกายไว้ จนทำให้เธอมีอีกด้านหนึ่งในตัวเอง — ด้านของวิญญาณที่เกือบถูกบดขยี้ด้วยความทุกข์ทรมานและความสิ้นหวัง เสียงครางที่บันทึกไว้ในกล่องฝากข้อความนั้น เป็นเสียงแห่งความสำนึกผิดและความโศกเศร้าที่ล้นพ้นออกมาจากใจของเธอ
เมื่อชิ้นส่วนทั้งหมดเข้ากันได้ ธีรเดชก็ต้องเผชิญกับความจริงอันน่ากลัว หญิงสาวที่เปื้อนเลือดซึ่งเขาได้เห็นนั้น ไม่ได้เป็นเพียงผู้ประสบเหตุ แต่เป็นอีกหนึ่งด้านของอรพรรณ — ด้านมืดแห่งเธอ เธอดำเนินไปในเส้นแบ่งระหว่างความเป็นจริงและภาพลวงตา ราวกับกำลังปฏิเสธการมีอยู่ของตนเอง
ในคืนสุดท้าย ท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงเล่นใหม่ของกล่องฝากข้อความดังดังก้องขึ้นโดยมีเสียงอรพรรณที่ชัดเจนกล่าวว่า "ถ้าในวันนั้นคุณได้ฟังเสียงของฉัน..." พร้อมกับคำพูดนั้น ธีรเดชรับรู้ถึงความจริงที่ความเฉยเมยของเขาได้ทำให้ความทุกข์ทรมานของคนที่เขารักลึกซึ้งยิ่งขึ้น และได้นำเขาไปสู่ชะตากรรมที่ไม่อาจแก้ไขได้ ท้ายที่สุด เขาไม่สามารถช่วยเหลืออรพรรณทั้งสองด้านได้ จึงถูกความมืดซึมเข้ามาและกลืนกินเขาไป

















































