สรุป
กาลครั้งหนึ่งมีชาวนาอยู่คนหนึ่ง เขามีแปลงน้อย ๆ และม้าหนึ่งตัว วันหนึ่งม้าของเขาได้หนีออกไป ชาวบ้านพูดกันว่า นี่มันโชคร้ายจริง ๆ แต่ชาวนาได้ตอบอย่างเงียบ ๆ ว่า ดีหรือร้าย ไม่มีใครเท่าทันพระเจ้าได้หรอก
ไม่กี่วันต่อมา ม้าของเขาได้กลับมาพร้อมกับม้าป่า และชาวนาได้กลายเป็นเจ้าของม้าที่ดีที่สุดในหมู่บ้าน ชาวบ้านก็พูดว่า นี่คือโชคดีจริง ๆ แต่เขาก็ยังตอบว่า ดีหรือร้าย ไม่มีใครเท่าทันพระเจ้าได้หรอก
หลังจากนั้น ลูกชายของชาวนาได้พยายามขึ้นม้าตัวใหม่ แต่ลื่นตกจากม้าและบาดเจ็บที่ขา ชาวบ้านพูดว่า นี่มันโชคร้ายจริง ๆ แต่ชาวนาได้ตอบว่า ดีหรือร้าย ไม่มีใครเท่าทันพระเจ้าได้หรอก
ต่อมาสงครามได้เริ่มขึ้น และมีหนุ่มสาวจำนวนมากถูกเกณฑ์ทหาร แต่ลูกชายของชาวนากลับไม่ถูกเกณฑ์เพราะอาการบาดเจ็บ ชาวบ้านพูดว่า นี่คือโชคดีจริง ๆ แต่ชาวนาได้ตอบอีกครั้งว่า ดีหรือร้าย ไม่มีใครเท่าทันพระเจ้าได้หรอก
คติสอนใจ
คติสอนใจจากเรื่องนี้คือ เหตุการณ์ในชีวิตมีความหมายที่ไม่สามารถวัดได้ในขณะนั้น และผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรไม่มีใครสามารถรู้ได้ สิ่งต่าง ๆ มีทั้งสองด้านเสมอ และเหตุการณ์ที่ดูเหมือนโชคดีหรือโชคร้ายอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่างในอนาคต เราควรมีท่าทีที่เปิดรับและยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ติดอยู่กับความดีหรือไม่ดีที่ปรากฏในขณะนี้

















































