สรุป
ในบ่ายที่แสงแดดอุ่นส่องลงมา อาลิซวัยรุ่นกำลังนั่งเล่นข้างแม่น้ำกับน้องสาวตน ตาของเธอมองไปที่ท้องฟ้าที่ไม่มีที่สิ้นสุด ดอกไม้ที่โบก swayและผีเสื้อที่ระบายความงามอย่างสง่างาม จู่ๆ กระต่ายขาวที่กำลังอ่านหนังสือปรากฏขึ้น มันถือ encore และพูดว่า "ช้าไปแล้ว ช้าไปแล้ว!" ก่อนจะวิ่งหนีอย่างเร่งรีบ
อาลิซที่ขับเคลื่อนด้วยความอยากรู้ จึงตามกระต่ายนั้นไป ผ่านพุ่มไม้และพบกับรูหินลึก เมื่อเธอกล้าเข้าร่วมหรูหินนั้น เธอก็เห็นวัตถ้าต่างๆ และหนังสือแขวนอยู่บนผนังขณะที่เธอล่องลอยลงมา จนในที่สุดเธอได้ลงสู่เตียงผ้านุ่มนิ่ม
เมื่อเธอเปิดตา อาลิซพบว่าตนอยู่ในสวนกว้างที่มีดอกไม้หลากสีและแมลงหนาแน่น ตัวอาคารแปลกประหลาดและทางเดินโค้งเคี้ยว ทำให้เธอรู้สึกเหมือนอยู่ในฝัน
เมื่อเธอเริ่มเดิน อาลิซพบกับแมวเชเชียร์ ซึ่งปรากฏตัวชั่วครู่หนึ่งพร้อมกับรอยยิ้มแปลกๆ และพูดว่า "ที่นี่ทุกอย่างเป็นไปได้ แต่บางครั้งก็หลงทางบ่อยๆ"
ต่อมาเธอได้พบกับหมูเก็ตแฮ็ตเตอร์และกระต่ายมีนาคมที่กำลังจัดงานเลี้ยงชา พวกเขาใช้เวลาตอนบ่ายฤดูร้อนอย่างไม่สิ้นสุด งานเลี้ยงนั้นวุ่นวายและเต็มไปด้วยการสนทนาที่บ้าๆ บอๆ ทำให้อลิซได้เรียนรู้แนวคิดของเวลาที่ไหลไม่แน่นอน
เธอเดินต่อจนถึงสวนดอกไม้อย่างมหัศจรรย์และได้เห็นการต่อสู้ระหว่างราชินีกุญแจและพระคันเบี้ย ในกลางสวนมีระบังคู่ใหญ่ที่มีโลกอีกด้าน อาลิซถูกดูดเข้าไปในระบังและได้เจอการทดสอบและพบกับตัวตนของตนเอง
สุดท้ายเธอต้องเผชิญกับราชินีแห่งหัวใจในอาณาจักรที่ถูกทหารกองล้อม อำนาจของราชินีนำมาซึ่งความวุ่นวาย อาลิซจึงต้องใช้ความกล้าหาญและปัญญาเพื่อนำสันติภาพกลับมาให้กับอาณาจักร
หลังจากการผจญภัยทั้งหมด อาลิซกลับสู่โลกความจริง ความทรงจำจากแดนมหัศจรรย์ยังคงฝังลึกในใจเธอ เป็นสมบัติล้ำค่าที่จะไม่ลืม ตะวันส่องแสงอีกครั้งและลมพัดเบาๆ ขณะที่อาลิซพร้อมเดินหน้าสู่การผจญภัยใหม่ๆ ด้วยความคาดหวังในใจ












